ผานางคอยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของประเทศไทย มีลักษณะเป็นหน้าผาสูงตั้งตระหง่าน โดดเด่นท่ามกลางธรรมชาติอันงดงาม
ตั้งอยู่หลังเขาบ้านดงนา ตำบลหนามแท่ง อำเภอศรีเมืองใหม่ จังหวัดอุบลราชธานี ติดกับริมแม่น้ำโขงไทย – ลาว สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๓ หลังจากตั้งหมู่บ้านดงนามาประมาณ ๘ ปี
ในปี พ.ศ. ๒๔๗๔ นายแวง ขันธิวัตร ได้ย้ายถิ่นฐานมาจากบ้านหนามแท่ง มาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บ้านดงนาปัจจุบัน ต่อมาได้ขยายบ้านเรือนขึ้นเป็นหมู่บ้าน ทางราชการจึงได้แต่งตั้งให้นายแวง ขันธิวัตร เป็นผู้ใหญ่บ้าน
ในปี พ.ศ. ๒๔๘๓ นายแวงเป็นผู้ใหญ่บ้าน พร้อมด้วยราษฎรได้พากันพิจารณาหาที่ดินเพื่อสร้างวัด และได้เลือกบนยอดเขาที่เป็นลานหินมีหน้าผาสูงชัน มีชื่อว่าผานางคอย จึงได้ตั้งชื่อวัดว่า "วัดสวนหินผานางคอย" ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
ต่อมาปี พ.ศ. ๒๕๓๓ พระอธิการพรหมมา เขมจาโร ได้เข้ามาพำนักอาศัยและปฏิบัติธรรม จึงได้ทราบว่าวัดนี้เป็นวัดเก่าแก่ไม่มีใครบูรณะซ่อมแซม และเป็นวัดที่ตกสำรวจไม่มีในทำเนียบของกรมการศาสนา
กรมการศาสนาได้นำวัดสวนหินผานางคอยขึ้นทะเบียนวัด เมื่อวันที่ ๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๑
นางพญาอินถา หญิงสาวรูปงาม ลูกสาวตระกูลสูงศักดิ์แห่งเมืองจำปาศักดิ์ ประเทศลาว ตามตำนานเล่าว่า ในอดีตกาลมีหญิงสาวผู้หนึ่งมีความรักมั่นคงต่อชายหนุ่มคนรัก ทั้งสองสัญญาว่าจะกลับมาพบกันอีกครั้ง
แต่ชายหนุ่มกลับไม่สามารถกลับมาได้ตามสัญญา หญิงสาวจึงขึ้นมายืนรอคอยคนรักอยู่บนหน้าผาแห่งนี้ทุกวัน ทุกคืน ด้วยความหวังและความซื่อสัตย์ในความรัก
กาลเวลาผ่านไป หญิงสาวยังคงรอคอยอย่างไม่ย่อท้อ จนในที่สุดได้สิ้นใจลง ณ บริเวณหน้าผาแห่งนั้น ด้วยความรักและความอาลัย ธรรมชาติจึงได้เนรมิตหน้าผาให้มีลักษณะคล้ายหญิงสาวที่กำลังยืนเฝ้ารอคนรัก ผู้คนจึงเรียกสถานที่แห่งนี้ว่า "ผานางคอย"
ชาวบ้านในพื้นที่เชื่อกันว่า ผานางคอยเป็นสัญลักษณ์ของความรักแท้ ความซื่อสัตย์ และความอดทน
บางคนเชื่อว่าหากมาขอพรเกี่ยวกับความรัก จะทำให้ความรักมั่นคงยืนยาว
นอกจากนี้ยังมีความเชื่อว่าควรให้ความเคารพสถานที่ ไม่ส่งเสียงดังหรือทำลายธรรมชาติ เพื่อเป็นการให้เกียรติตำนานและดวงวิญญาณของนางคอย
ตำนานผานางคอยเป็นเรื่องเล่าที่ช่วยถ่ายทอดคติสอนใจเกี่ยวกับความรัก ความซื่อสัตย์ และการรักษาคำพูด
อีกทั้งยังเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สะท้อนภูมิปัญญาและความเชื่อของคนในชุมชน ซึ่งควรได้รับการอนุรักษ์และถ่ายทอดสู่คนรุ่นหลัง
ผู้ดำเนินการขึ้นทะเบียนวัด (๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๑)